ตอน แวะเที่ยวตะลุยเวียงจันทน์

บันทึกเรื่องลาว..หลวงพระบาง 7 Comments

  

         

          ผ่านพ้นด่านตรวจคนเข้าเมืองของลาวเข้ามาแล้ว เต็มไปด้วยผู้คน (จากไทยทั้งนั้น) แต่โลกใบนี้ก็ช่างกลมจริงๆ เราหันไปเห็นเพื่อนสมัยเรียนชื่อ พจน์ ที่ไม่ได้เจอกันเกือบสิบปี  ทักทายกันสักพักก็แยกย้ายกันไป อยากแนะนำผู้ที่จะเดินทางว่า หากแลกเงินกีบ ควรแลกจากที่ด่านเลย เพราะถ้าเดินทางไปหลวงพระบางเลย จะหาแลกยาก แต่ถ้าเดินทางไปแค่เวียงจันทน์ยังหาแลกได้ (ตอนที่ไป 1 บาท = 240 กีบ)

หาทางไปต่อ

เดอะแก๊งค์เรายืนงงๆ กันอยู่ว่าจะไปทางไหนดี ก็มีคุณลุงคนหนึ่ง เดินมาถามว่าไปไหน เหมารถตู้หรือเปล่า ถ้าไปวังเวียง ราคา  3,000 บาท เราบอกว่า ขอหาเพื่อนร่วมทางก่อนนะ ด้วยความใจกล้า และ….. เราเดินไปชวนหนุ่มสาวคู่หนึ่ง นาม เมษ์ กับ โคจิ ทั้งคู่ตอบตกลงทันที ได้ 6 คนแล้วสินะ ขออีกแค่ 2 คน เราถามอีกหลายคน แต่ไม่มีใครไปด้วย (คงกลัวเราหลอก อิอิ) สักพักมีหนุ่ม สาว คู่แตกต่าง เดินออกมาท่าทางลุยๆ เราเดินไปชวน พี่เค้าตอบตกลงทันที (ใจง่ายนะเนี่ย) สรุป เราได้พี่เอ กับ พี่ปู มาอีกคู่ เป็น 8 คน ออกเดินทางไปกับรถตู้คุณลุงโกศลได้เลย โดยเส้นทางการเที่ยว จากด่าน เวียงจันทน์ วังเวียง

พระธาตุหลวง

           จุดแรกที่คุณลุงโกศล พาเที่ยว คือ พระธาตุหลวง (ประวัติพระธาตุหลวง) เป็นพระธาตุสีทองอร่าม ดูอลังการมาก เสียค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ แต่เราไม่มีเงินกีบ จ่ายเป็นเงินไทย 25 บาท เดินถ่ายรูปไปรอบๆ มีแต่สีทอง ขึ้นไปบนพระธาตุมองลงมา วิวสวยดี   

ประตูชัย

          ฌ็อง เอลิเซ่ ลาว หรือประตูชัยลาว (ประวัติประตูชัย) สามารถขึ้นไปถึงชั้นบนสุด เพื่อดูทิวทัศน์ของเมืองเวียงจันทน์ได้ เมื่อมองลงมาเราจะเห็นสวนประตูชัย ที่มองด้านซ้ายและขวาเท่ากัน แต่มาคราวนี้เราไม่ได้ขึ้นไป เพราะเหนื่อยและต้องทำเวลาเพื่อไปที่อื่นต่อ ได้แต่ไปกระโดดถ่ายรูปหน้าประตูชัย ให้รู้ว่า เรามาถึงแล้วนะ  

หอพระแก้ว

          คราวที่แล้วที่มาเราไม่ได้มาเที่ยวที่หอพระแก้ว (ประวัติหอพระแก้ว) เพราะที่นี่ปิดเวลาพักเที่ยง แต่คราวนี้ได้เข้าไปดูด้านใน เสียค่าเข้า  5,000 กีบ ภายนอกเหมือนเป็นวัดเก่า ดูไม่มีอะไรมาก แต่เข้าไปด้านในก็ต้องตะลึง เพราะเขาสามารถเก็บรักษาโบราณวัตถุได้ดี และสวยงามมาก  แต่ไม่สามารถถ่ายรูปมากฝากได้ เพราะเขาไม่อนุญาต     

 

       ตรงข้ามกับหอพระแก้ว คือวัดสีสะเกด (ประวัติวัดสีสะเกด) เป็นวัดที่อยากมามาก เพราะดูจากรูปแล้วสวยดี แต่เรามา 2 ครั้ง ก็ไม่ได้เข้า เพราะเป็นเวลาพักเที่ยง ได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก คราวหน้าต้องมาให้ได้ สู้ สู้  

โทรศัพท์ลาว

          หลายคนบอกนักบอกหนา มาลาวฝากซื้อ โทรศัพท์ด้วยเด้อ อาจเป็นเพราะโทรศัพท์ลาว เป็นที่เลื่องลือ เรื่องความถูก และฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เราไปดูมาก็…. เรื่องแบบนี้นานาจิตตัง แล้วแต่ใครชอบไม่ชอบ ก็เลือกเอานะ  

บะหมี่หมูแดง และ ส้มตำ ข้างศูนย์วัฒนธรรมลาว

          เที่ยวเวียงจันทน์มาครึ่งวันแล้ว เพื่อนหิวกันมากมาย จากประสบการณ์มาครั้งที่แล้วทำให้รู้ว่ามีร้านบะหมี่อร่อยราคาถูก 5,000 กีบ หรือประมาณ 20 บาท เท่านั้นเอง ไม่รอช้า ไปกินกันเลย บะหมี่หมูแดง คนรอเยอะ มีเครื่องปรุงเหมือนแจ่ว และ มะนาว สำหรับปรุง รสชาติออกมาคล้ายต้มยำป่นแจ่ว อร่อยแบบไม่เหมือนใครดี มาลาวทั้งนี้ พวกเราไม่อิ่มแค่นี้แน่เพราะต้องไปกิน ส้มตำปลาร้า ให้หายอยาก ไม่รอช้าเดินไปใกล้ๆ ก็เจอร้านส้มตำและฝรั่งกลุ่มหนึ่งนั่งแซ่บกันก่อนแล้ว ไม่รอช้า สั่งส้มตำมากันเลย ได้ข่าวว่าเชอร์รี่ชอบมาก ถึงขนาดซดน้ำส้มตำหมดเลย ราคาหาร 4 คนละ 35 บาทเท่านั้นเอง แต่ที่ทำให้เคืองคือ โอเลี้ยง และ ชาเย็น ถุงละ 10,000 กีบ หรือ 40 บาท เดอะแก๊งค์ขนานนามว่า โอเลี้ยงและชาเย็นแพงที่สุดในโลก อิ่มแล้วมุ่งหน้าสู่วังเวียงกันเถอะ

 

ตอน เตรียมตัวเที่ยวหลวงพระบางแบบประหยัด

บันทึกเรื่องลาว..หลวงพระบาง No Comments

 

ในหมู่พี่ๆ เพื่อนๆ ตั้งประเด็นกันขึ้นมาว่า ปีใหม่นี้เราจะไปไหนกันดี ต่างก็ตกลงปลงใจไปต่างประเทศ ปลายทางคือ หลวงพระบาง แห่ง สปป.ลาว โดยมีผู้ร่วมขบวนการดังนี้ พี่ต๋อน พี่แอน (พี่ๆ เค้าเดินทางโดยเครื่องบินไปวันที่ 27 ธ.ค. 51) พี่ษา เชอร์รี่ แอ้ และ เดียร์ (เดินทางโดยรถทัวร์คืนวันที่ 26 ธ.ค.51)

ของที่ควรเตรียม

          ก่อนการเดินทางสิ่งที่เราเตรียมเป็นอย่างแรกเลย ถอยกล้อง Canon EOS 450D ออกมาใหม่ เพื่อไปเก็บบรรยากาศให้หนำใจกันไปเลย และเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวไปให้พร้อม เนื่องจากเป็นช่วงอากาศเย็นและชื้นมาก ถ้าใครขี้หนาว ก็อย่าลืมเตรียม หมวก เสื้อ และถุงมือไปให้พร้อม ยาโรคประจำตัว หากโรคประจำตัวไม่กำเริบมานานก็ควรเตรียมยาเผื่อไปนะ เพราะไปถึงที่นั่นอาจหาไม่ได้

ศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยว

เราศึกษาเส้นทางการเดินทาง และสถานที่แวะเที่ยว ไว้ล่วงหน้า โดยศึกษาจากหนังสือ หาข้อมูลจากเว็บไซต์ และสอบถามจากคนที่เคยเดินทางไปมาแล้ว เส้นทางการเดินทางของเรา พี่ษา แอ้ เชอร์รี่ เดินทางโดยทางรถ ดังนี้ กรุงเทพฯ หนองคาย เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง โดยเราต้องเตรียมพร้อมโดยการซื้อตั๋วรถทัวร์ไปก่อน (ส่วนใครอยากใช้บริการของบริษัทอะไร เสิร์ชจาก Google ได้เลยจ้า) โดยที่ทุกคนตั้งงบไป - กลับไว้ที่ 5,000 6,000 บาท ส่วนพี่ต๋อน และพี่แอน ไป กลับ โดยเครื่องบินตรงสู่หลวงพระบาง ประหยัดเวลา (แต่ไม่ประหยัดตังค์ในกระเป๋า เราเลยไม่ไป)

วันเดินทาง

         วันเดินทางที่ 26 ธ.ค. 51 เรานัดเจอกับเดอะแกงค์ เวลา 2 ทุ่ม เนื่องจาก นั่งรถเที่ยว 3 ทุ่มครึ่ง แต่กว่าจะได้ออกกันจริงๆ ก็เวลา 4 ทุ่มครึ่ง เนื่องจากคนเริ่มทยอยออกต่างจังหวัดกันมาก ทำให้รถหนาแน่นมาก เราก็ได้แต่นั่งรอว่าเมื่อไหร่รถจะมาถึง เมื่อเห็นรถที่เรารอผ่านมา ก็ได้แต่วิ่งตาม แต่รถก็จอดไม่ได้เพราะไม่มีที่จอด ในที่สุดเราก็ได้ขึ้นรถตอน 4 ทุ่มครึ่ง เราก็หลับยาวถึงจังหวัดหนองคาย ตอน 7 โมงเช้า

เตรียมออกนอกประเทศ

         ตื่นนอนรับอรุณแบบไม่ต้องแปรงฟัน รีบมุ่งตรงไปซื้อตั๋วโดยสารระหว่างประเทศข้ามไปเวียงจันทน์ ในราคา 50 บาท แต่ไม่ทันซะแล้ว เพราะคนแน่นมาก ถ้ารอเที่ยวต่อไปก็ตั้ง 9 โมง  พวกเราเลยตัดสินใจนั่งสกายแลป ไปที่ด่านในราคาคนละ 30 บาท เมื่อถึงด่านแล้วเราก็ไปทำชั้นตอนต่างๆ และเสียค่าปี้ (ตั๋ว) ข้ามประเทศ (จริงๆ แล้วก็ข้ามสะพานมิตรภาพไทย ลาว ในระยะทางสั้นๆ นี่แหละ) ราคา 20 บาท เมื่อถึงด่านลาวก็ทำกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จสิ้น และรีบรถ เพื่อจะเดินทางเที่ยวต่อกันตามแผน