จัดโต๊ะทำงานกันดีกว่า

คิดเป็นข้อคิด No Comments

จัดโต๊ะทำงานกันดีกว่า

จัดโต๊ะทำงานกันดีกว่า (อะไร?)

งานเยอะ เงิน(ไม่)แยะ งานเข้าทุกวัน งานเก่า งานใหม่ สุมๆ จะสูงเท่าจอคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว หาอะไรเจอบ้าง ไม่เจอบ้าง ทั้งขนม เอกสาร ปากกา ดินสอ กระดาษโน้ต ปะปนกันไปหมด วันนี้ได้เวลาที่จะทำความสะอาดและจัดโต๊ะครั้งใหญ่เสียที การจัดโต๊ะทำให้พบหลายสิ่งอย่าง และค้นพบข้อดีที่เราควรทำมาตั้งนานแล้ว

  1. โต๊ะสะอาดขึ้น แน่นอนที่สุดข้อนี้ใครๆ ก็ตอบได้ หลังจากเป็นที่อยู่ของฝุ่นมา นานก็ได้เวลาทำความสะอาดเสียที ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมไม่หายแพ้อากาศเสียที จริงๆ แล้วอาจจะแพ้ฝุ่นนั่นเอง
  2. เจอสมบัติล้ำค่า เริ่มตั้งแต่เคลียร์เอกสาร เราอาจพบเอกสารที่มีคุณค่าต่อการทำงานหรือ การดำเนินชีวิต  ค้นพบของที่เรารักมากจนไม่กล้าใช้ จึงไปเก็บซุกไว้ตามโต๊ะ บางครั้งก็เจอความทรงจำเก่าๆ กับเพื่อนร่วมงาน
  3. ความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นระหว่างการจัดโต๊ะ เช่น หนังสือเยอะแยะมากมาย เอาไปบริจาค หรือทำห้องสมุดสำนักงาน อยากเขียนบทความให้ทุกคนได้อ่านถึงข้อดีในการจัดโต๊ะ
  4.  ดูดีขึ้นมาทันที หลายๆ คนมาโต๊ะ ก็มองว่าผู้หญิงอะไร ทำไมโต๊ะถึงได้รกเพียงนี้ เราก็ได้แต่ตอบข้างๆ คูๆ ว่า ยุ่งจนไม่มีเวลาจัดโต๊ะ ลื่นไปเรื่อย แต่เมื่อจัดแล้วก็ดูว่าเราก็มีระเบียบได้เหมือนกัน
  5. ผ่อนคลาย ทำงานหนักมาหลายวัน เครียด คิดอะไรก็ไม่ออก ทำอะไรก็ไม่สบอารมณ์ เอาสิ่งรกๆ ออกไปจากโต๊ะ ก็เหมือนเอาสิ่งรกๆ ออกไปจากใจ

ก็นับข้อดีได้ห้าข้อแล้วก็ตกลงใจจัดโต๊ะทำงานกันเถอะนะคะเพื่อนๆ

Save Earth : ปากว่า มือทำ ใจปฏิบัติ

คิดเป็นข้อคิด No Comments

save earth

“Save Earth”  คำฮิตเหลือเกินในหมู่เพื่อนฝูง

เราและเพื่อนต่างก็ช่วยกันรณรงค์ทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้โลกใบกลมๆ ที่เราอยู่ร้อนน้อยลง เช่น   - หิ้วถุงผ้าไปซื้อของด้วยทุกครั้ง ปฎิเสธถุงพลาสติกที่แม่ค้าให้มา         - นำถุงพลาสติกที่ได้มา reused ทุกครั้ง ไม่ทิ้งถุงพลาสติกไปโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ 

   - แอบปิดไฟที่ออฟฟิศตอนกลางวัน เวลาที่คนอื่นลงไปกินข้าวหมดแล้ว

 - เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมือนกับคนที่เรารัก

สิ่งเหล่านี้ที่เราและเพื่อนๆ ทำกันเป็นประจำ หากมีข้ออื่นๆ ที่นึกขึ้นได้อีกจะมาเขียนเพิ่มเรื่อยๆ ใครนึกออกอีก ก็บอกกันเข้ามานะ 

วันที่พายุเข้า กะ กับข้าวเหลือ(เหลือ)

คิดเป็นข้อคิด 2 Comments

วันนี้นั่งทำงานต่อหลัง 6 โมงเย็น อีกนิดน่ะ เดี๋ยวก็จะกลับบ้านแล้ว
“วิ้ว วิ้ว วิ้ว” เสียงลมช่างน่ากลัวเหลือเกิน
สักพักฝนก็กระหน่ำตกลงมาอย่างแรง
ไฟดับ พรึ้บ
กร๊ด กรี๊ด กรี๊ด กันกระจาย
ทำไงดีล่ะ น่ากลัวจังเลย หิวข้าวด้วย เมื่อไฟมาเราไม่รอช้า เข้าครัว คุ้ยหาอาหารกินกันทันทีที่ออฟฟิศนี่แหละ
หยกไปเจอข้าวเปล่าครึ่งถุง และปลาเค็ม ของ 3 วันที่แล้ว
ส่วนเดียร์ก็ไปเจอไข่ต้ม และมาม่า ที่โต๊ะน้องพีท (ไม่ได้เรียกว่าเจอหรอก ไปหาของกินตามโต๊ะต่างๆ เลยได้มา)
เราก็ ปฏิบัติการล่าฝันกินกันตามมีตามเกิด

กับข้าว 3 อย่าง : ปลาเค็ม ไข่ต้ม และมาม่า กินกับข้าวเปล่าครึ่งถุงค้างหลายวัน

กับข้าว 3 อย่าง       หมดแล้ว

ปลาเค็ม ไข่ต้ม มาม่า                               หมดโบ๋เบ๋เลย
เมื่ออิ่มแล้ว 
เราสองคนรู้แล้วว่า ข้าวและกับข้าว ที่เรากินเหลืออยู่ทุกวันนี้
มีประโยชน์เมื่อเราต้องการมัน อย่างน้อยมันก็ทำให้เราอิ่ม
ในขณะที่คนอีกมากมายไม่มีจะกิน
เรากินทิ้งกินขว้าง
ขอสัญญาตัวเองว่าต่อไปนี้จะไปกินทิ้งกินขว้างอีกแล้วจ้า


ขอได้รับความขอบคุณจาก
- น้องพีท เจ้าของไข่ต้ม และมาม่าเส้นหมี่
- พี่เติร์ด เจ้าของน้ำแดงแฟนต้า ที่ค้างไว้ตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว
- พี่เก๋ ที่ทิ้งโดนัทไว้บนโต๊ะ ทำให้ประทังความหิวได้เยอะเลย
- ตู้เย็น ที่เก็บข้าวเก่าและปลาเค็มตั้งแต่ 3 วันที่แล้วไว้ให้โดยไม่เสีย
-ไมโครเวฟ ที่ทำให้เรามีอาหารที่อบอุ่นกิน (ถึงแม้จะแช่เย็นไว้แล้วนานก็ตามที)